พรเกษมคลินิก ผู้นำคลินิกรักษาผิวหน้าและดูแลความสวยของผิวพรรณอันดับต้นๆ ของเมืองไทย รุกตลาดด้วยภาพลักษณ์ใหม่ตอบโจทย์คนรักผิวยุคใหม่ ชูกลยุทธ์สวนกระแสความงามแบบพิมพ์นิยมในแคมเปญ “สวยไม่ซ้ำรอยใคร” พร้อมตอกย้ำความน่าเชื่อถือของการเป็นศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อความงามมากที่สุด มาตลอดกว่า 30 ปี ด้วยการวิเคราะห์และรักษาผิวแบบ 7D My Best Skin ที่ให้ผลลัพธ์ความสวยไม่รอยซ้ำใคร

นพ.สุรเชิด ต่างวิวัฒน์ : ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรเกษมคลินิก เปิดเผยว่าปีนี้พรเกษมคลินิกมุ่งรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์ใหม่ให้แตกต่างและโดดเด่น พร้อมอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้นโดยออกแบบคลินิกภายใต้แนวคิดใหม่ “บ้านของคุณหมอ” มอบความรู้สึกแสนอบอุ่นสบายๆเหมือนอยู่ที่บ้านและมีห้อง ME Room ห้องส่วนตัวสำหรับรับคำปรึกษาพร้อมการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะพร้อมกำหนดมาตรฐานการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าทั้งด้านการรักษาและการบริการอย่างสูงสุดถึง 100%

ปัจจุบันพรเกษมคลินิกพร้อมให้บริการในรูปแบบใหม่ภายใต้คลินิกโฉมใหม่นี้ ใน 3 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ เซ็นทรัลพระราม 3 และ เดอะมอลล์ โคราช และจะทยอยปรับโฉมอีก 29 สาขา ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2561

“นอกจากนี้ พรเกษมคลินิกยังมีแคมเปญสวนกระแสความงามในยุคปัจจุบันที่สาวๆ ต้องอยู่ท่ามกลางกระแสนิยมให้ผู้หญิงต้องสวยตามแบบฉบับ จนอาจหลงลืมความสวยงามในแบบของตนเอง

โดยนำเสนอผ่านภาพยนตร์โฆษณาตัวล่าสุดในชื่อ “สวยไม่ซ้ำรอยใคร” ซึ่งเสนอถึงความเชื่อใหม่ที่ “ทุกคนสวยได้ ไม่ต้องไปสวยซ้ำรอยใคร” เพื่อให้ผู้หญิงพอใจในความงามที่แตกต่างไปพร้อมแนะนำการดูแลรักษาความงามให้ผิวพรรณที่ดีที่สุดจากพรเกษมคลินิก

นั่นคือ “7D My Best Skin” อันเป็นวิธีการตรวจปัญหาผิวหนังอย่างละเอียดโดยแพทย์ผิวหนังที่ผ่านการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ในการวิเคราะห์ผิวและสามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในการรักษาเพื่อผลลัพธ์ดีที่สุด ทั้งยังมีความละเอียดแม่นยำกว่าการใช้เครื่องมือตรวจสอบสภาพผิวที่เห็นกันทั่วไป”

การรักษาผิวแบบ “7D My Best Skin” นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องแล้ว ยังทำให้ได้รู้จักผิวของตนเองอย่างลึกซึ้ง นำไปสู่ความสวยที่เห็นผลจริงและยั่งยืน โดยมีหลักการวิเคราะห์และรักษาจะประกอบด้วย


อดีต: การวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาผิวจากสาเหตุในอดีต ได้แก่

  • มิติที่ 1 DNA Factors :ปัจจัยเสี่ยงจากกรรมพันธุ์ ที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางผิวหนัง เช่น ฝ้า กระเนื้อ เป็นต้น
  • มิติที่ 2 Lifestyle Factors :ปัจจัยเสี่ยงจากลักษณะการดำเนินชีวิต เช่น การตากแดดโดยไม่ทาครีมกันแดด การแต่งหน้าหนาๆ บ่อยครั้ง เป็นต้น

 


ปัจจุบัน: การวิเคราะห์ปัญหาผิวที่เกิดขึ้น ได้แก่

  • มิติที่ 3 Skin Anatomy : ตรวจวิเคราะห์สภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อบอกถึงสภาพและลักษณะผิวหนังที่แท้จริง
  • มิติที่ 4Skin Symptoms : ตรวจวิเคราะห์อาการผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมให้คำปรึกษาและการรักษาที่ถูกต้อง

อนาคต: การแนะนำวิธีการดูแลรักษาผิวที่เหมาะสมกับแต่ละปัญหาผิว ที่จะต่างกันไปในแต่บุคคลหรือไลฟ์สไตล์ ได้แก่

  • มิติที่ 5 Cure / Perfection : แนะนำวิธีการรักษาและฟื้นฟูสภาพผิวจากปัญหาผิวที่เกิดขึ้นในระยะเบื้องต้น
  • มิติที่ 6 Care / Prevention : แนะนำวิธีการดูแลและการปกป้องผิวในระยะยาว เพื่อเลี่ยงการเกิดปัญหาผิวในอนาคต

 


จากทางการวิเคราะห์และรักษาผิวทั้ง 6 มิตินั้น จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับ มิติที่ 7 Skin Asset ซึ่งให้คุณผู้หญิงได้พบกับความงามเฉพาะตัวอย่างยั่งยืน